Loading...

ทีมงาน

คันธ์ชิต สิทธิผล

หัวหน้าฝ่ายบันทึกและจัดเก็บข้อมูล

     คันธ์ชิต สิทธิผล (โย / 1985) ในวัยเด็กใช้ชีวิตในต่างจังหวัดกับตาและยายที่บ้านทำอาชีพเกษตรกรเป็นหลักประกอบด้วยนาข้าวและสวน มะม่วง ความสนุกในวัยเด็กของคันธ์ชิตก็คือการที่ได้วิ่งเล่นบนคันนา ปีนต้นมะม่วงและได้นั่งซ้อนรถคุบที่ตาเป็นคนขับ (รถคุบ คือภาษาท้องถิ่นสำหรับเรียกรถไถนาสมัยก่อน) ทุกวันคันธ์ชิตจะปั่นจักรยานประมาณหนึ่งกิโลเมตรเพื่อไปรอรถรับส่งนักเรียนเพราะโรงเรียนอยู่ห่างจากบ้านไปเก้ากิโลเมตร ในบางวันหลังเลิกเรียนคันธ์ชิตจะใช้เวลาในการจับกบจับเขียดมาเป็นเหยื่อเพื่อปักเบ็ด ช่วงหน้าน้ำของทุกปีน้ำจะท่วมมาถึงนอกชานหน้าบ้าน ยายจะชอบพายเรือไปลงข่ายเพื่อหาปลาในนาข้าวคันธ์ชิตจะติดไปด้วยทุกครั้ง

ช่วงเดือนสิบของทุกปีจะเป็นช่วงที่คันธ์ชิตชอบมากที่สุดเพราะจะมีงานสารทไทยจัดขึ้นที่วัด คันธ์ชิตจะช่วยยายถือปิ่นโตข้าวเพื่อไปทำบุญที่วัดเป็นประจำ งานสารทไทยจะมีหนังกลางแปลง ลิเก สอยดาว รวมไปถึง หนูนาพาโชค คันธ์ชิตจึงได้ซึมซับรับเอาศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ามาโดยไม่รู้ตัว

คันธ์ชิตจับกล้องตัวแรกเป็นกล้องคอมแพ็ก โดยใช้ฟิล์ม 135 ซึ่งแม่เอามาให้ลองถ่ายเล่น เขาถ่ายจนหมดม้วนและหลังจากนั้นก็ไม่ได้ถ่ายเล่นอีกเลย เนื่องจากสมัยก่อนราคาฟิล์มแพงมาก ช่วงมัธยมปลายได้เขาเข้ามาศึกษาต่อที่กรุงเทพฯ และได้เข้าร่วมกิจกรรมทางด้านศิลปะมากมาย เช่น การทำงานในฝ่ายศิลป์เพื่อผลิตฉากละครวิทยาศาสตร์ และการจัดบอร์ดศิลปะ

คันธ์ชิตได้เข้าศึกษาปริญญาตรีในคณะนิเทศศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งหนึ่งและได้จับกล้องอีกครั้งในวิชาถ่ายภาพเบื้องต้น ทำให้รู้ว่าตัวเองชอบถ่ายภาพและตัดสินใจมาเรียนถ่ายภาพอย่างจริงจังที่คณะศิลปะและการออกแบบสาขาวิชาศิลปะภาพถ่าย มหาวิทยาลัยรังสิต 

เขาค้นพบว่าตัวเองชอบถ่ายภาพวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ครั้งหนึ่งเขามีโอกาสได้เดินทางไปถ่ายภาพที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ โดยการชักชวนของรุ่นพี่ จึงทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานภาพถ่ายเกี่ยวกับ วิถีชีวิตของชาวนาในอำเภอแม่แจ่ม ซึ่งทำนาขั้นบันได

     หนึ่งปีต่อมาคันธ์ชิตได้ชักชวนเพื่อนสองคน หนึ่งในนั้นคือ ณัฐพล ชัยวรวัฒน์ เดินทางไปถ่ายภาพ ที่อำเภอแม่แจ่มอีกครั้ง ในปีเดียวกันนั้นคันธ์ชิตได้ส่งภาพถ่ายเข้าประกวดในชื่อ “เพียงพอก็พอเพียง” และ ได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 จากโครงการภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2554- 2555 ภายใต้แนวคิด “เพื่อประโยชน์สุข” จัดขึ้นโดยสมาคมภาพถ่ายแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่ 9 ทรงวินิจฉัยภาพถ่ายด้วยพระองค์เอง นับว่าเป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจมากที่สุดในชีวิต

     ในปี 2014-2017 คันธ์ชิตได้เข้าทำงานในบริษัท ฟาร์อีสท์ เฟมไลน์ ดีดีบี จำกัด (มหาชน) ฝ่ายผลิตสื่อโฆษณา แผนกภาพนิ่ง และทำงานที่บริษัท สปริงบอร์ด พลัส จำกัด (ครีเอทีฟ เอเจนซี่) ตั้งแต่ปี 2017 จนถึงปัจจุบัน